วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

เพื่อนและมิตรภาพ

From นักศึกษาและภาพน่ารัก



ในชีวิตของคนเราทุกคนต้องเคยมีเพื่อนบางคนมีมากบางคนมีน้อย
แต่อย่างน้อยคนที่บอกว่าไม่เคยมีเพื่อน..ต้องเคยมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนบ้างล๊ะ!!!!
From เพื่อนที่น่ารัก


เพื่อน..คือ ??
*เข้าใจและให้อภัยเราเสมอเมื่อผิดพลาด
*ไม่ซ้ำเติม และคอยประคองเวลาล้มลง
*ปลอบใจเวลาเศร้าโศรก เสียใจ อกหัก รักคุด
*คอยรับฟังเราบ่น และ ระบายความรู้สึก
*มีแต่ทำให้เราหัวเราะ..บางทีกรามค้าง5555
*อยู่คุยเป็นเพื่อน เมื่อรู้สึกกลัว และไม่ปลอดภัย
*ยามเจ็บป่วยก็คอยดูแลห่วงใย ถามไถ่ทุข์สุข
*ไม่ยอมทิ้งเราไปไกล...มาหาเราก่อนใคร
และเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเรา..
From เพื่อนที่น่ารัก


มิตรภาพ..ของเพื่อน

*มีความรักและหวังดีให้กันเสมอต้นเสมอปลาย
*ไม่เคยคิดถึงค่าตอบแทน แถมดูแลผลประโยชน์ให้อีกต่างหาก
*เก็บความลับของเราได้เป็นอย่างดี แค่เหยียบไว้นะ..อย่าเล่าต่อ555
*แค่ได้ยินหรือเห็นจะรีบมาหา..เวลาเดือดร้อน
*ปลอบและรับฟังความทุกข์ใจ สบายใจแล้วถึงจะกลับ
*ไม่ดุด่าว่ากันเวลาทำผิดพลาด
แต่ช่วยหาข้อผิดพลาดและช่วยแก้ไขให้


คุณ..มีเพื่อนอยู่ข้างๆแล้วหรือยัง

From รูป


แต่สำหรับตัวเรา มีเพื่อนคนนั้นอยู่ข้างกายเสมอ
เพื่อนที่มีความรักและหวังดีให้กันคยช่วยเหลือและชี้แนะ
ให้กับเราในวันที่ว้าวุ่น สับสนตัดสินใจอะไรไม่ได้
เวลาที่กลัว เหงาเศร้า..

มิตรภาพของคำว่าเพื่อน
ไม่มีเรื่องชู้สาว..มีแต่จริงใจ ให้อิสระแก่กัน
มีความเป็นส่วนตัวได้ เต็มที่..ไม่ต้องมานั่งระแวง หึงหวง
ไม่ต้องมาใช้อารมณ์งอนกันง้อกัน เหมือนแฟน
ไม่ต้องโทรมาเช็คกัน..ด้วยคำถามว่า..ทำไม?...ทำไม?

ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อนคนนี้บอกเสมอว่า...เขาจะไม่มีวันที่ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว
เพราะเราคือเพื่อนกัน!!!


From เพื่อนที่น่ารัก

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

คิดนอกกรอบ....เดินนอกเส้น!!

From My Pictures


ในบางครั้งคนเรา..เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่ไม่มีใคร..
เราต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเอง หัดเดินด้วยขาของตัวเอง..
สำหรับคนที่เข้มแข็งคงไม่ใช่เรื่องยาก..แต่คนที่อ่อนแอ
และเคยมีแต่คนปกป้องมาตลอด..ไม่เคยคิดจะทำอะไรที่ยากหรือเสี่ยง
ไปไหนต้องมีเพื่อนไปด้วย..
ตอนแรกเราท้อใจ...กังวลใจสาระพัด จะทำยังไง... ทำแบบไหนดี..ถ้าไม่ได้ล๊ะ!!
แต่เมื่อถึงเวลานั้นเข้าจริงๆเรากัดฟันลองสักตั้งน๊ะ..ทำสิ่งต่างๆนั้นด้วยลำพัง
อะไรมันจะเกิด..ช่างมัน

From My Pictures


เมื่อเราทำไปแล้วกลับทำให้เราโล่งใจ..
ความกังวลใจที่มีมาก่อน..หายไปหมด..เกิดความรู้สึกว่าเราต้องสู้..ให้ถึงที่สุด
ต้องทำให้ได้และดีที่สุด...เราไม่คิดว่าเราจะเสียอะไร
คนรอบข้างที่เดินผ่านไปมา ที่เราไม่รู้จัก..คงมีหลายคนที่เป็นเหมือนเรา
ต้องต่อสู้กับอะไรที่คล้ายกัน..หรือแย่กว่าเราซะอีก..

ทำให้ใจเราที่เคยอ่อนแอ..รู้สึกเข้มแข็งขึ้นอย่างประหลาดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน..
ก้าวต่อไป...เดินหน้าต่อไปอย่าถอยหลัง..หรือหันกลับมามอง
จิตใจ...เราเข้มแข็งขึ้นและอบอุ่นขึ้น..รู้สึกหายกลัวมีความสุขอย่างประหลาด
นี่ล๊ะ..ความกล้าที่คิดนอกกรอบ..และเดินนอกเส้นทาง

..และเดินต่อไปเพื่อพบกับโลกกว้าง
และกล้าที่จะเดินไปอย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย แม้จะไม่มีใครเลยก็ตาม..
แต่ในหัวใจเรานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนว่า..เราก็ทำได้!!!!

From My Pictures

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เจ้าตัวยุ่งทั้งคนทั้งหมา

ได้มีโอกาสไปเยี่ยมแม่ที่หนองคาย เมืองบั้งไฟพญานาค
เจ้าตัวยุ่งที่ว่าคือหลานสาว...แสบ ซน แต่ก็น่ารักชื่อน้องขิม

From Desktop

เพราะพ่อเขาชอบดนตรีไทย โดยเฉพาะเสียงขิม
เลยเป็นที่มาของชื่อ ..ขิม
เจ้าตัวยุ่งที่ว่านี่ตอนเกืดมา..หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู..เพราะทุกคนสรุปเหมือนกันว่า
ช่างเหมือนป้าเหลือเกิน..(เพื่อนแอบแซวว่า)หลานแกจะดีใจหรือเสียใจว๊ะที่ใครๆก็บอกว่าหน้าเหมือนกัน
ยังกับแกะ5555
น้องขิมมารอรับป้าที่สถานีขนส่งพร้อมน้องชาย..
เพราะบังเอิญอยากจะกลับบ้านตอนเทศกาล..เพราะรู้ว่าลำบากแต่ก็อยากกลับไปกราบและกอดแม่ที่บ้าน
ทำให้ต้องนั่งรถเสริมแถมเสียค่าโดยสารแบบVIP ราคา600บาท/ทีนั่ง(ได้ที่นั่งแบบราคา400บาท)
รอรถนานมากๆกว่าจะมีรถมารับ3ชม.กว่าแถมไปไม่ถึงบ้าน ต้องต่อรถไปจากอุดรถึงหองคาย
ปกติจะต้องถึงบ้านตี4-ตี5 วันนั้นปาเข้าไปเกือบ9โมงเช้า...
รถผิดเวลาและรถติด แต่ก็ยังดีค่ะ รถไม่เสียกลางทาง
บางครั้งกลับบ้าน ต้องเปลี่ยนรถถึง3รอบ เพราะยางระเบิด คอมแอร์หลังรถไฟไหม้
ล้วนแล้วแต่ประสบการณ์อันน่าประทับใจ

ส่วนเจ้าตัวยุ่งอีกตัวคือเจ้าหมา4ตัว ที่พี่สาวเอามาฝากเลี้ยงที่บ้าน
From Desktop

นี่คือ..รูปเจ้าจอร์ซ
ส่วนตัวที่2 คือเจ้าดุ๊กดิ๊กซึ่งเป็นสูกสาวของจอร์ซ

From Desktop

ตัวที่3ชื่อเจ้า ลูกหมูฉึกฉึก

From Desktop

ส่วนตัวที่4 ชื่อเจ้าบ๊อบบี้
From Desktop


ถึงบ้านต้องตกใจกับเสียงเห่าของเจ้าตัวเล็กๆทั้งหลาย แต่เขาฉลาดและแสนรู้ว่าใครใจดี
เห่าแบบเป็นพิธี แถมประจบประแจง ส่งเสียงอี๊ดอ๊าด..


..น้องชายบอกว่าเจ้าตัวเล็กโดนรถทับตายแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน เวลาจะขับรถเข้าออกต้องระวังทับจอมซน
เป็นอะไรที่วุ่นวายกว่าจะออกจากบ้านไปไหนมาไหนบางทีต้องจอดรถไว้นอกรั้ว..
เหลือปุ๊กกี้ตัวเดียวแต่ตอนนี้ก็แก่มากแล้ว แถม มีก้อนเนื้องอกที่ก้นด้วยน่าสงสาร แต่ไม่อยากเอาไปผ่าตัดเพราะกลัวเขาจะไม่ไหว
ปล่อยให้เขาแก่ตายดีกว่า

From Desktop


แม่ต้องมีหน้าที่ดูแลบรรดาหมาทั้ง5ตัว..ต้มข้าวและต้มเนื้อให้เช้า-เย็น และอาหารเม็ดก็ไม่ยอมกินกันเลย
ติดใจรสชาดอาหารฝีมือแม่ซะแล้ว!!! ส่วนหลายสาวคนสวย..ก็ติดป้าแจ..จนพ่อแม่ตัวจริงรำคาญและหมั่นไส้
แอบบ่น..ลูกใครกันแน่..ป้าแอบมาคลอดและทิ้งขว้างไว้หรือเปล่าเนี่ย
ไปบอกใครว่าลูกสาว..ทุกคนเชื่อหมด...
บางคนบอกลูกสาวเหรอคะน่ารักจัง..อิอิ(สวมรอย)สวยเหมือนแม่เลยค่ะ5555


ตลอดวันหยุดที่ผ่านไปเร็วเหมือนฝัน..นี่ล๊ะที่เขาเรียกว่าความสุขช่างผ่านไปเร็ว
ไม่เหมือนเวลาที่เราทุกข์ช่างผ่านไปช้าซะเหลือเกิน เฮ้อ!!!
เดี๋ยววันหยุดคราวหน้าจะมาเยี่ยมเจ้าตัวยุ่งทั้งคนทั้งหมาใหม่นะจ๊ะ

From Desktop

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

รักนะ..เหมียวๆ



จากเรื่องไม่ตั้งใจจะรัก..(ต่อ)

แมวเหมียวเป็นเพื่อนใหม่ในบ้านของเรา..ที่เรียกแมวเหมียวเพราะเธอเป็นเพศเมีย
และมีลูกเล็กๆให้เราได้ชมเชย3ตัว
**ลูกของเธอตัวแรกชื่อว่าคาร์โลท์(สีเทา)...หายสาปสูญไปจากบ้าน..ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังงัย..
เพราะในบรรดาลูกๆของเธอตัวนี้สวยและน่ารักที่สุดเป็นไปได้ว่าเมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน
คงความน่ารักของเธอไปโดนตาใครเข้าอย่างแรง...ก็เลยเอาเธอไปเลี้ยง..(คิดดีไว้ก่อน)
** ลูกตัวที่สองของเธอชื่อว่าเซอร์เวียร์(สีดำ)..ซุกซนเหลือเกินสมกับเป็นลูกแมว..
เพราะเธอจะปืนป่ายและมุดไปเล่นที่ล้อรถเสมอ..ไปตะกรุยล้อเล่นทุกวัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง..
กว่าจะรู้ว่าเธอหายไป...เราก็เที่ยวตามหาเธออยู่หลายวันเรียกหาทุกวันก็ไม่เห็น
เหมียวก็ร้องหาลูก..เราก็เฝ้าตามหา..ทำให้เรารู้ว่าเราจะรู้สึกกังวลและห่วงใยเจ้าตัวเล็กแคไหน
และกระวนกระวายใจนอนไม่หลับได้ยินเสียงแมวร้องจะชะโงกหน้าออกมามองหาว่าใช่ตัวเล็กหรือเปล่า?

คงถึงคราวโชดร้าย..เธอปืนเล่นที่ล้อรถมอเตอร์ไซด์ของครูข้างบ้าน
ด้วยความที่เธอสีดำสนิทกลืนกับความมืดของบริเวณนั้น..
เธอเลยติดเข้าไปที่บังโคลนรถและโซ่รถรัดคอเธอผู้น่าสงสาร!!!
และตายที่นั่นและเรามารู้ทีหลังว่าเธอตายแล้ว(ข้างบ้านมาแอบบอก)..!!!
ความสุขของคนเรา..มักจากเราไปเร็วเหลือเกินนะ..
แต่เวลาที่เราทุกข์..ทำไมเวลามีความทุกข์?ถึงไม่หมดสักที...

**ตัวที่สามชื่อว่าอิ๊กกี่..เธอตัวเล็กสีเทาเหมือนแม่มาก..เธอน่าสงสารมาก
ความซนของเธอก็ไม่น้อยหน้าพี่ๆสักเท่าไหร่..
วันหนึ่ง...เธอไปเล่นที่ล้อรถยนต์
เธอกระโดดออกไปจากล้อรถไม่ทันก็เลยโดนล้อทับขาเล็กๆของเธอ..
เธอร้องและซมเพราะความเจ็บปวด..น่าสงสารมาก

เรากลับจากที่ทำงานมา..เราเห็นเจ้าตัวเล็กร้องเสียงแปลกๆและแม่กำลังพยายามเลีย
ทำความสะอาดตัวให้ลูกอยู่เราเข้าไปถึงเหมียวร้องบอก"ฟ้องว่ามีคนขับรถทับขาลูกเขา"
และเห็นแล้วน่าสงสารตัวเล็กพยายามเดินแต่ลุกไม่ได้..ขาเธอเล็กๆและขยับขาไม่ได้
ถึงเราจะเป็นพยาบาลแต่เราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้เจ้าตัวเล็กได้มากกว่านี้
เราก็ได้แต่ภาวนาและหายาแก้ปวดของลูกสุนัขข้างบ้านให้กินโดยเราเอายาละลายน้ำและใช้เข็มฉีดยา
ป้อนเธอเหมือนให้ยาเด็กๆ..เธอยังนอนซมกินยาแล้วก็บ้วนยาออกมา..เราคิดว่าเธอคงแย่แล้ว..
พรุ่งนี้ลูกๆของเธอคงจากเราไป..อีกแล้ว..
ผิดคาดนะ...ยาแก้ปวดกับได้ผลดีทีเดียว..ตังเล็กลุกเดินได้ซึ่งทีแรกคิดว่าจะพิการเดินไม่ได้ซะอีก
อาการของเธอเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนแทบปกติ..แต่เธอเดินเป๋นิดๆ..ก็น่ารักไปอีกแบบ..
เราก็เลยคิดว่าบางอย่างที่เราคิดไว้อาจไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดเสมอไป..
เราควรมีความหวังแม้ว่า.....
โอกาสนั้นจะน้อยนิดหรือแทบไม่มีให้หวังเลย..
หลังจากนั้น..
เรามีโอกาสเล่นกับเจ้าตัวเล็กอยู่สักระยะหนึ่ง..
เจ้าตัวเล็กก็จากไป....ดูจากอาการของเธอแล้ว
น่าจะเป็นไข้หัดแมวหรือเปล่านะ.(.เราไม่รู้)
รู้แค่ว่า..
เธอป่วยมีไข้และหายออกไปจากบ้าน
และตามหาไม่เจอเลย..อีกหลายวันต่อมาก็มีกลิ่นเหมือนสัตว์ตายที่ป่าใกล้ๆบ้าน
เราก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเธอนะ..
ยังงัยเราก็..
อดคิดถึงเธอไม่ได้อยู่ดี..ขอให้เธอไปสู่สุขคตินะลูก(อิ๊กกี้)

เราได้เห็นความน่ารักและซุกซน..ได้เรียนรู้นิสัยของแมว..
ได้เห็นความรักของเหมียวกับลูกๆของเธอ
เธอดูแลลูกเธออย่างดี ....
คาบลูกหนีเวลาฝนตก
ให้นมลูกตลอดเวลาที่ลูกร้องหิว..
ดูแลเลียขนให้ลูกขนจะได้สวยๆ
เลียก้นตัวเล็กทำความสะอาดให้หลังการขับถ่าย..
สอนลูกๆของเธอเวลาขับถ่ายต้องขุดดินเพื่อกลบถ่าย
เวลาว่างของเธอจะนอนให้ลูกๆของเธอ..เล่นหางของเธอ
สอนการกัด..การข่วน..เท่าที่เธอจะสอนลูกของเธอได้
สอนการจับจิ้งจกและจิ้งเหลน..ตุ๊กแกก็ยังมี
ที่ผ่านมาเธอคงเป็นนักล่าที่เก่งทีเดียว..
เราไม่อยากให้เธอทำ..เพราะสงสารสัตว์ที่เธอเอามาอวดเราเวลากลับมาบ้าน
เพราะสภาพสัตว์เหล่านั้นแขนขาขาดคอขาดก็มี..
เพราะเธอน่ารักมากไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน..เรากลับมาบ้านเธอต้องมาหาเราก่อน
บางทีเธออยู่บนหลังคาบ้านอื่น..เธอจะรีบกระโดดลงมาหา..
แล้วนอนกับพื้นถนนกลิ้งตัวไปมาอ้อนเราแบบนี้เสมอ
เดินพันขาอยู่อย่างนั้น..(แค่นี้ก็รักจะแย่แล้ว)
ถ้าวันไหนกลับช้าเลยเวลาเดิมไปเธอจะมานั่งรอหน้าบ้าน..
ทำตัวประหนึ่งว่าเป็นสุนัขรอรับหน้าบ้านทุกที..
"เฮ้อ!!ป่านนี้เจ้าของบ้านไม่มาสักที..คิดถึงเธอแล้วนะ..เป็นห่วงเธอด้วยเป็นไรหรือเปล่านะ?"
เธอจะสบายใจร้องเหมียวเมื่อเรามาถึง..และรอจนกว่าเราจะให้อาหารเธอเสร็จ
และเธอไม่เคยขโมยของกิน..และไล่กัดแมวตัวอื่นที่จะมาอ้อนเพื่อขออาหารจากเราบ้าง..(อิจฉา)
หลังจากที่เธออิ่มแล้ว..เธอจะมานอนเล่นที่หน้าบ้านรอเราออกไปเล่นด้วย..
เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป..เราไม่รู้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน
เรารู้แต่ว่าเรารักเธอมากน๊ะ..แมวเหมียว....


วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552

ความเจ็บปวดและความตาย

สมุดบันทึก...


วันนี้เป็นวันที่เรารู้สึกว่าอยากเขียนอะไรบางอย่างที่เคยอยุ่ในใจเรา
เพราะบางเหตุการณ์เราต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่าเราทำแล้วได้อะไร
บางครั้งก็เกิดเป็นคำถามว่าทำไม?..เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้...
หรือไม่มีคำตอบ..

ความเจ็บปวด...และความตาย

มีวันหนึ่งที่เราต้องขึ้นเวรติดต่อกันหลายวันได้มีผู้ป่วยที่มีอาการหนักและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
พอเอ่ยถึงโรคนี้แล้วทุกคนคงกลัว!!
เราก็คอยดูแลผู้ป่วยรายนี้ตลอดเพราะญาติเขารู้ว่าผู้ป่วยเป็นอะไร...แต่ผู้ป่วย(ไม่รู้)
ทำให้ญาติและผู้ป่วยมีความกังวลใจมาก..จะกดเรียกพยาบาลตลอดเวลา..
เพราะความรักและห่วงใยผู้ป่วยนั่นเอง...ความกลัว!!มัจจุราชที่เราที่เรามองไม่เห็นแต่รู้สึกได้..
เวลาที่ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหรือหลับไปเพราะอ่อนเพลียญาติก็จะกังวลกลัวผู้ป่วยหลับไปเลย..(ไม่ฟื้น)
และลูกหลานอยากให้ผู้ป่วยได้อยู่ห้องพิเศษที่ผู้ป่วยและญาติต้องการความเป็นส่วนตัว..ไม่มีคนรบกวน
กลัวคนที่มาเยี่ยมจะพูดอะไรให้ผู้ป่วยรู้ว่าเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง..

ก็เลยเกิดคำถามในใจว่า" การที่เราบอกว่าผู้ป่วยเป็นอะไรและถ้าไม่บอกว่าป่วยเป็นโรคอะไร"
จะทำให้อาการทรุดลงเร็วอย่างที่ญาติกลัวหรือเปล่า
หรือจะทำให้ผู้ป่วยทำใจให้เข้มแข็งลุกมาต่อสู้กับการเจ็บป่วย...คงไม่มีใครตอบได้...

ผู้ป่วยบางวันถ้ามีการเจ็บปวดมากก็จะร้องไห้และหงุดหงิดอาละวาด
บางทีก็ด่าลูกหลานเพราะขัดใจ..หรือไม่ยอมให้พยาบาลหรือผู้ช่วยเหลือคนไข้เช็ดตัวให้
ไม่ยอมทานอาหารหรือทานยาที่จัดให้เพราะรู้สึกว่าท้อแท้และอาการไม่ดีขึ้นสักที..
ลูกหลานบางคนก็เอาใจไม่ถูก..บางคนอดนอนหลายวันจนตาเป็นแร็กคูน..

ถ้าเรามองกลับไปที่สาเหตุเราจะรู้ว่า..ความเจ็บปวดและความกลัวนั่นเองที่เป็นสาเหตุที่
ทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิดอาละวาด..
พยาบาลต้องเข้าไปพูดคุยดูแลและให้คำแนะนำและอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ
ถึงอาการของโรคและลดความทรมานจากความเจ็บปวด!!..พยาบาลนอกจะคอยให้ยาฉีดแก้ปวด
สลับกับการทานยาแก้ปวดเพื่อลดความทุกข์ทรมาน..

บางครั้ง..เราคือความหวังสุดท้ายของเขาที่เขามีอยู่เลยอยากให้เราอยู่กับผู้ป่วยตลอดเพราะ
เขารู้ว่าถ้าเราอยู่ด้วยเขาจะปลอดภัยและผู้ป่วยและญาติจะรู้สึกอบอุ่นใจ
เราจะพูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยสุขสบายขึ้นได้พักผ่อนและรับประทานอาหารได้มากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเราคอยกระตุ้น
คอยพูดให้กำลังใจ..ถึงแม้เราจะรู้ว่าเขา(ไม่หาย..)จะมีแค่ทรงกับทรุด.

เราต้องมีแต่รอยยิ้มเสมอ.และที่สำคัญ..การสัมผัสมือบีบเบาๆและพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะให้กำลังผู้ป่วย
ประกอบกับความรักความผูกพันของครอบครัว..คือยาราคาแพงที่ช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีที่สุด

พยาบาลจะแนะนำให้ญาติที่เป็นลูกหลานเล็กๆมาเยี่ยมผู้ป่วยบ้างเพราะเด็กๆจะมีแต่ความสดใสและความน่ารัก
นำความสดชื่นมาให้ผู้ป่วย..ดอกไม้ใส่แจกันประดับในห้อง เสียงเพลงธรรมะ
แม้แต่พวงมาลัยดอกมะลิหอมๆที่วางที่หัวเตียง..
บางคน..เอาพระภิกษุมาเทศน์ในห้องให้ผู้ป่วยฟังเราก็ไม่ห้ามเพื่อให้เขาสบายใจ
เพราะเราคิดว่าสิ่งใดที่ผู้ป่วยมีความสุขในบั้นปลายชีวิต..
และศักดิ์ศรีของความเป็นคน...และความสุขสงบ..

เราได้ดูแลผู้ป่วยรายนี้เป็นเวลา1สัปดาห์..อาการก็ทรงๆทรุดๆ
สุดท้าย...ผู้ป่วยเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้นให้ออกซิเจนตลอดเวลา
ก่อนสิ้นลมผู้ป่วยได้อยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าและจับมือกับภรรยาผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนวาระสุดท้าย..
และพยาบาลยืนอยู่เป็นเพื่อนและคอยบอกให้ผู้ป่วยให้นึกถึงพระพุทธคุณเพื่อให้จิตสงบ....
นึกถึงสื่งดีๆที่เคยทำมา...ปล่อยวางความห่วงใยความทุกข์..เพื่อไปสู่สุคติ

ลูกหลานร้องไห้โฮ..เมื่อท่านจากไป..บางคนเป็นลมเพราะความเสียใจต้องรีบหาที่นั่งและแอมโมเนียให้ดม
ให้ลูกหลานกราบลาท่าน..ด้วยความรักและอาลัยครั้งสุดท้าย
พยาบาลต้องคอยดูแลให้กำลังใจทุกคนจนคลายความเสียใจเราต้องคอยให้สติกับญาติว่จะต้องมีธุระอะไรอีกมากที่ต้องทำ
และต้องตั้งสติเข้มแข็งไว้...การจากลาเป็นอนิจจัง..หนีไม่พ้น
หลังจากนั้นพยาบาลต้องดูแลเช็ดตัวผู้ตายและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ญาติจัดเตรียมเอาไว้
ดอกไม้ธูปเทียนใส่มือให้ผู้ป่วยและดูแลจนครบ2ชั่วโมงก่อนย้ายไปห้องเก็บศพ(สุขนิรันดร์)....

บางคนจะถามว่าเคยกลัวไหมและเบื่อกับการทำงานที่เห็นคนเจ็บ..คนตาย..ในแต่ละวันหรือเปล่า?
เราไม่กลัวเพราะเราคิดว่าคนป่วยที่เสียชีวิตนั้นเหมือนคนนอนหลับเท่านั้นเอง
เราคิดว่า..เราได้ทำความดีและใส่ใจกับทุกสิ่งที่เราทำต่างหากที่เราพอใจ..
รอยยิ้มและสายตาของผู้ป่วยและญาติคือรางวัลที่เราอยากได้รับเสมอ..

"ทุกคนควรได้รับการบริการและการเอาใจใส่ดูแลที่ดีเยี่ยมจากเรา
เพราะผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะมีหรือจน..ศักดิ์ศรีของความเป็นคนเท่าเทียมกัน"..

การทอดทิ้ง!!!

การทอดทิ้ง..


คนไข้คนหนึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์และมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง
ตามตัวมีผื่นคันตามตัวกลิ่นตัวแรงมากเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือนๆ
พยาบาลและน้องผู้ช่วยเหลือคนไข้ก็ต้องช่วยกันดูแลความสุขสบายทั่วไป
ความสะอาดร่างกายอาบน้ำและสระผมให้จนสะอาด ดูแลการรับประทานอาหาร
และยา ดูแลความสะอาดปากฟันให้ได้รับการพักผ่อนและพูดคุยให้สบายใจ
และคำแนะนำในการดูแลตัวเองกับผู้ป่วยเมื่อกลับบ้าน เพื่อลดภาระของญาติที่ต้องดูแลที่บ้าน

ผู้ป่วยนอนพักในโรงพยาบาลหลายวันจนอาการดีขึ้นสามารถกลับบ้านได้ติดต่อญาติมารับก็ไม่สามารถติดต่อได้
ต้องเอารถโรงพยาบาลไปส่งถึงบ้านอีกไม่กี่วันผู้ป่วยก็มานอนอีก..และทุกครั้งก็จะไม่มีคนมาเยี่ยมหรือรับกลับ
จนพยาบาลและแพทย์ต้องคุยหาทางช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ว่าที่บ้านมีคนดูแลบ้างหรือไม่

เพราะผู้ป่วยรายนี้..เอาไปส่งเช้า พอตกเย็นก็จะนั่งรถมาหาหมอและบอกว่าไม่สบายอย่างโน้นอย่างนี้
ผู้ป่วยต้องการขอนอนพักในโรงพยาบาล..ไม่มีญาติรับกลับบ้านก็เลยต้องให้เข้ามานอนในโรงพยาบาลตามเคย
แพทย์ก็เลยถามผู้ป่วยถึงสาเหตุที่อยากนอนในโรงพยาบาล..

ผู้ป่วยเล่าว่า..เมื่อก่อนเขามีภรรยาและบุตรมีบ้านของตัวเอง
แต่ภรรยาแยกกันอยู่นานแล้ว..บุตรส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวแยกย้ายกันไปพักอยู่ใกล้ๆก็มีแวะมาดูบ้าง
แต่ไม่มีใครอยู่ด้วยที่บ้านด้วย..ผู้ป่วยถูกทอดทิ้งให้แอยู่คนเดียว..

แพทย์ก็เลยถามผู้ป่วยถึงสาเหตุที่อยากนอนในโรงพยาบาล..
ผู้ป่วยบอกอยากไปอยู่สถานสงเคราะห์คนชรา..พอจะติดต่อให้เขาได้หรือไม่..
ทางตึกก็ต้องจัดการประสานไปให้นานนับเดือน....และมีการตอบรับกลับมาว่าจะมารับผู้ป่วยในวันพรุ่งนี้
ผู้ป่วยรายนี้ดีใจมากทานข้าวได้มากกว่าปกติ..

เราขึ้นเวรบ่ายก็เลยบอกผู้ป่วยว่า"คุณลุงคะ..พรุ่งนี้ก็จะไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์แล้วนะคะ
เดี๋ยวหนูจะอาบน้ำสระผมโกนหนวดให้คุณลุงหล่อๆนะ"
หลังจากนั้นคุณลุงก็นอนหลับพักผ่อน..อย่างสบายตัวโดยไม่มีอาการหรือท่าทีที่แสดงว่าคุณลุง
จะจากเราไปในเช้าวันนั้นเอง...

เรามาขึ้นเวรเช้าเห็นเวรดึกกับแพทย์กำลังวุ่นวายกับการนวดหัวใจช่วยฟื้นคืนชีพคนไข้รายนี้
ทุกคนพยายามช่วยอย่างเต็มความสามารถแต่ในที่สุดเราก็ไม่สามารถยื้อชีวิตคุณลุงจากมัจจุราชได้..
เราก็มานั่งคิดนะว่า....คุณลุงไปสบายแล้ว..ไม่ต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์คนชรา
และไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกแล้วไปสู่สุคตินะคะคุณลุง...

การมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยบางคนแม้การเจ็บป่วยจะหายดีแล้วแต่ไม่มีคนดูแลที่บ้าน
ก็เป็นปัญหาของตึกผู้ป่วยที่มีจำนวนเตียงจำกัดในการให้การพยาบาลผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้เตียงจริงๆ
จะเห็นว่าบางครั้งเราต้องใช้เตียงเสริมผ้าใบและรถนอนที่เข็นคนไข้เสริมให้ผู้ป่วยนอนเพราะไม่มีเตียง

นับวันปัญหาการถูกทอดทิ้งจะมีมากขึ้น..ในสังคมยุคปัจจุบันเหมือนที่เราเห็นในรายการ(วงเวียนชีวิต)

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ไม่ตั้งใจจะรัก



เรื่องนี้เป็นเพราะบังเอิญหรือเคยทำบุญร่วมกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว
เพราะวันหนึ่งก็มีแมวตัวหนึ่งมาร้องเสียงเหมียวๆๆๆที่หน้าบ้าน
ด้วยความที่ไม่เคยชอบแมวมาก่อนเพราะไม่ชอบขนและหางแมว

เพราะกลัวเป็นโรคหอบหืดจากขนสัตว์และหางมันยาวๆดุ๊กดิ๊กเหมือนหนอน
เราก็ไม่อยากเล่นด้วยแต่ทนการออดอ้อนของเจ้าเหมียวไม่ไหวเพราะเธอช่างน่ารักและประจบ

เธอเป็นแมวที่ฉลาด..ขี้อ้อนและ..ขี้อิฉาอีกต่างหาก
เธอจะรู้เวลาที่เราอยู่บ้านจะมาร้องเรียกเหมียวๆที่ประตูหน้าบ้านทุกเช้า
เวลาที่เราไม่อยู่เธอจะหายไปที่ไหนไม่รู้แต่..เวลาที่เราขับรถมอเตอร์ไซด์กลับมาบ้าน
เธอจะรออยู่ที่หน้าบ้านก่อนเสมอ..

เราจอดรถจะเข้าบ้านเธอจะมาคลอเคลียร์ล้มตัวนอนใกล้ๆขาเราเอาหน้าเอาตัวมาถูที่เท้าเรา
ถ้าเธอพูดได้เธอคงบอกว่า"รักและคิดถึงเหลือเกินจ๊ะ"
ถ้าวันไหนที่เรามีคนมาคุยด้วยที่หน้าบ้านเธอก็จะร้องเตือนว่า"เข้าบ้านได้แล้วนะจ๊ะ"
ถ้ายังไม่สนใจเพราะกำลังเม้าท์เพลินเธอก็จะเตือนเราอีกครั้งโดยกระโดดขึ้นมาที่เบาะรถ
ร้องพร้อมคลอเคลียร์ถูมาที่ตัวเราและนั่งรอที่เบาะรถแบบนั้นไม่ยอมลงจนกว่าเราจะเข้าบ้าน
บางทีวันไหนที่เธอไปเที่ยวที่อื่นเพลิน..มาไม่ทันเราเข้าบ้านก่อน
เธอจะรีบมาประจบทันทีเหมือนรู้สึกผิดที่มาช้าพร้อมขอโทษ
"ขอโทษนะที่มารับเธอไม่ทัน" อย่าโกรธเรานะจ๊ะ
และเธอให้มีลูกๆ3ตัวน่ารักมากเธอจะคาบหนีฝนแทบทุกวัน
เหมือนเอามาอวดและก็เอาไปซ่อนไว้..
จนเราอดรักเธอและลูกๆไม่ได้...
แต่เสียดายเพราะความซนของลูกเธอที่ไปเล่นในล้อรถมอเตอร์ไซด์
สุดท้ายตัวเล็กๆต้องจากเราไป1ตัว.เราก็เลยต้องมีกระดิ่งใส่คอให้เด็กๆของเธอ..
ดูแล้วก็น่ารักดี
เดี๋ยวนี้ลูกๆของเธอก็เลยกลายเป็นขวัญใจประจำบ้าน..เสียงกรุ๋งกริ๋งดังทั้งวัน..
สลับกลับเสียงร้องเหมียวๆของเธอเหมือนสอนให้ลูกๆของเธอทำโน่นทำนี่ทั้งวัน
นึกแล้วก็เหมือนแม่เราที่นั่งบ่นและคอยสอนเราทั้งวันเหมือนกันนะ!!!