วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

รักนะ..เหมียวๆ



จากเรื่องไม่ตั้งใจจะรัก..(ต่อ)

แมวเหมียวเป็นเพื่อนใหม่ในบ้านของเรา..ที่เรียกแมวเหมียวเพราะเธอเป็นเพศเมีย
และมีลูกเล็กๆให้เราได้ชมเชย3ตัว
**ลูกของเธอตัวแรกชื่อว่าคาร์โลท์(สีเทา)...หายสาปสูญไปจากบ้าน..ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังงัย..
เพราะในบรรดาลูกๆของเธอตัวนี้สวยและน่ารักที่สุดเป็นไปได้ว่าเมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน
คงความน่ารักของเธอไปโดนตาใครเข้าอย่างแรง...ก็เลยเอาเธอไปเลี้ยง..(คิดดีไว้ก่อน)
** ลูกตัวที่สองของเธอชื่อว่าเซอร์เวียร์(สีดำ)..ซุกซนเหลือเกินสมกับเป็นลูกแมว..
เพราะเธอจะปืนป่ายและมุดไปเล่นที่ล้อรถเสมอ..ไปตะกรุยล้อเล่นทุกวัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง..
กว่าจะรู้ว่าเธอหายไป...เราก็เที่ยวตามหาเธออยู่หลายวันเรียกหาทุกวันก็ไม่เห็น
เหมียวก็ร้องหาลูก..เราก็เฝ้าตามหา..ทำให้เรารู้ว่าเราจะรู้สึกกังวลและห่วงใยเจ้าตัวเล็กแคไหน
และกระวนกระวายใจนอนไม่หลับได้ยินเสียงแมวร้องจะชะโงกหน้าออกมามองหาว่าใช่ตัวเล็กหรือเปล่า?

คงถึงคราวโชดร้าย..เธอปืนเล่นที่ล้อรถมอเตอร์ไซด์ของครูข้างบ้าน
ด้วยความที่เธอสีดำสนิทกลืนกับความมืดของบริเวณนั้น..
เธอเลยติดเข้าไปที่บังโคลนรถและโซ่รถรัดคอเธอผู้น่าสงสาร!!!
และตายที่นั่นและเรามารู้ทีหลังว่าเธอตายแล้ว(ข้างบ้านมาแอบบอก)..!!!
ความสุขของคนเรา..มักจากเราไปเร็วเหลือเกินนะ..
แต่เวลาที่เราทุกข์..ทำไมเวลามีความทุกข์?ถึงไม่หมดสักที...

**ตัวที่สามชื่อว่าอิ๊กกี่..เธอตัวเล็กสีเทาเหมือนแม่มาก..เธอน่าสงสารมาก
ความซนของเธอก็ไม่น้อยหน้าพี่ๆสักเท่าไหร่..
วันหนึ่ง...เธอไปเล่นที่ล้อรถยนต์
เธอกระโดดออกไปจากล้อรถไม่ทันก็เลยโดนล้อทับขาเล็กๆของเธอ..
เธอร้องและซมเพราะความเจ็บปวด..น่าสงสารมาก

เรากลับจากที่ทำงานมา..เราเห็นเจ้าตัวเล็กร้องเสียงแปลกๆและแม่กำลังพยายามเลีย
ทำความสะอาดตัวให้ลูกอยู่เราเข้าไปถึงเหมียวร้องบอก"ฟ้องว่ามีคนขับรถทับขาลูกเขา"
และเห็นแล้วน่าสงสารตัวเล็กพยายามเดินแต่ลุกไม่ได้..ขาเธอเล็กๆและขยับขาไม่ได้
ถึงเราจะเป็นพยาบาลแต่เราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้เจ้าตัวเล็กได้มากกว่านี้
เราก็ได้แต่ภาวนาและหายาแก้ปวดของลูกสุนัขข้างบ้านให้กินโดยเราเอายาละลายน้ำและใช้เข็มฉีดยา
ป้อนเธอเหมือนให้ยาเด็กๆ..เธอยังนอนซมกินยาแล้วก็บ้วนยาออกมา..เราคิดว่าเธอคงแย่แล้ว..
พรุ่งนี้ลูกๆของเธอคงจากเราไป..อีกแล้ว..
ผิดคาดนะ...ยาแก้ปวดกับได้ผลดีทีเดียว..ตังเล็กลุกเดินได้ซึ่งทีแรกคิดว่าจะพิการเดินไม่ได้ซะอีก
อาการของเธอเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนแทบปกติ..แต่เธอเดินเป๋นิดๆ..ก็น่ารักไปอีกแบบ..
เราก็เลยคิดว่าบางอย่างที่เราคิดไว้อาจไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดเสมอไป..
เราควรมีความหวังแม้ว่า.....
โอกาสนั้นจะน้อยนิดหรือแทบไม่มีให้หวังเลย..
หลังจากนั้น..
เรามีโอกาสเล่นกับเจ้าตัวเล็กอยู่สักระยะหนึ่ง..
เจ้าตัวเล็กก็จากไป....ดูจากอาการของเธอแล้ว
น่าจะเป็นไข้หัดแมวหรือเปล่านะ.(.เราไม่รู้)
รู้แค่ว่า..
เธอป่วยมีไข้และหายออกไปจากบ้าน
และตามหาไม่เจอเลย..อีกหลายวันต่อมาก็มีกลิ่นเหมือนสัตว์ตายที่ป่าใกล้ๆบ้าน
เราก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเธอนะ..
ยังงัยเราก็..
อดคิดถึงเธอไม่ได้อยู่ดี..ขอให้เธอไปสู่สุขคตินะลูก(อิ๊กกี้)

เราได้เห็นความน่ารักและซุกซน..ได้เรียนรู้นิสัยของแมว..
ได้เห็นความรักของเหมียวกับลูกๆของเธอ
เธอดูแลลูกเธออย่างดี ....
คาบลูกหนีเวลาฝนตก
ให้นมลูกตลอดเวลาที่ลูกร้องหิว..
ดูแลเลียขนให้ลูกขนจะได้สวยๆ
เลียก้นตัวเล็กทำความสะอาดให้หลังการขับถ่าย..
สอนลูกๆของเธอเวลาขับถ่ายต้องขุดดินเพื่อกลบถ่าย
เวลาว่างของเธอจะนอนให้ลูกๆของเธอ..เล่นหางของเธอ
สอนการกัด..การข่วน..เท่าที่เธอจะสอนลูกของเธอได้
สอนการจับจิ้งจกและจิ้งเหลน..ตุ๊กแกก็ยังมี
ที่ผ่านมาเธอคงเป็นนักล่าที่เก่งทีเดียว..
เราไม่อยากให้เธอทำ..เพราะสงสารสัตว์ที่เธอเอามาอวดเราเวลากลับมาบ้าน
เพราะสภาพสัตว์เหล่านั้นแขนขาขาดคอขาดก็มี..
เพราะเธอน่ารักมากไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน..เรากลับมาบ้านเธอต้องมาหาเราก่อน
บางทีเธออยู่บนหลังคาบ้านอื่น..เธอจะรีบกระโดดลงมาหา..
แล้วนอนกับพื้นถนนกลิ้งตัวไปมาอ้อนเราแบบนี้เสมอ
เดินพันขาอยู่อย่างนั้น..(แค่นี้ก็รักจะแย่แล้ว)
ถ้าวันไหนกลับช้าเลยเวลาเดิมไปเธอจะมานั่งรอหน้าบ้าน..
ทำตัวประหนึ่งว่าเป็นสุนัขรอรับหน้าบ้านทุกที..
"เฮ้อ!!ป่านนี้เจ้าของบ้านไม่มาสักที..คิดถึงเธอแล้วนะ..เป็นห่วงเธอด้วยเป็นไรหรือเปล่านะ?"
เธอจะสบายใจร้องเหมียวเมื่อเรามาถึง..และรอจนกว่าเราจะให้อาหารเธอเสร็จ
และเธอไม่เคยขโมยของกิน..และไล่กัดแมวตัวอื่นที่จะมาอ้อนเพื่อขออาหารจากเราบ้าง..(อิจฉา)
หลังจากที่เธออิ่มแล้ว..เธอจะมานอนเล่นที่หน้าบ้านรอเราออกไปเล่นด้วย..
เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป..เราไม่รู้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน
เรารู้แต่ว่าเรารักเธอมากน๊ะ..แมวเหมียว....


วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552

ความเจ็บปวดและความตาย

สมุดบันทึก...


วันนี้เป็นวันที่เรารู้สึกว่าอยากเขียนอะไรบางอย่างที่เคยอยุ่ในใจเรา
เพราะบางเหตุการณ์เราต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่าเราทำแล้วได้อะไร
บางครั้งก็เกิดเป็นคำถามว่าทำไม?..เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้...
หรือไม่มีคำตอบ..

ความเจ็บปวด...และความตาย

มีวันหนึ่งที่เราต้องขึ้นเวรติดต่อกันหลายวันได้มีผู้ป่วยที่มีอาการหนักและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
พอเอ่ยถึงโรคนี้แล้วทุกคนคงกลัว!!
เราก็คอยดูแลผู้ป่วยรายนี้ตลอดเพราะญาติเขารู้ว่าผู้ป่วยเป็นอะไร...แต่ผู้ป่วย(ไม่รู้)
ทำให้ญาติและผู้ป่วยมีความกังวลใจมาก..จะกดเรียกพยาบาลตลอดเวลา..
เพราะความรักและห่วงใยผู้ป่วยนั่นเอง...ความกลัว!!มัจจุราชที่เราที่เรามองไม่เห็นแต่รู้สึกได้..
เวลาที่ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหรือหลับไปเพราะอ่อนเพลียญาติก็จะกังวลกลัวผู้ป่วยหลับไปเลย..(ไม่ฟื้น)
และลูกหลานอยากให้ผู้ป่วยได้อยู่ห้องพิเศษที่ผู้ป่วยและญาติต้องการความเป็นส่วนตัว..ไม่มีคนรบกวน
กลัวคนที่มาเยี่ยมจะพูดอะไรให้ผู้ป่วยรู้ว่าเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง..

ก็เลยเกิดคำถามในใจว่า" การที่เราบอกว่าผู้ป่วยเป็นอะไรและถ้าไม่บอกว่าป่วยเป็นโรคอะไร"
จะทำให้อาการทรุดลงเร็วอย่างที่ญาติกลัวหรือเปล่า
หรือจะทำให้ผู้ป่วยทำใจให้เข้มแข็งลุกมาต่อสู้กับการเจ็บป่วย...คงไม่มีใครตอบได้...

ผู้ป่วยบางวันถ้ามีการเจ็บปวดมากก็จะร้องไห้และหงุดหงิดอาละวาด
บางทีก็ด่าลูกหลานเพราะขัดใจ..หรือไม่ยอมให้พยาบาลหรือผู้ช่วยเหลือคนไข้เช็ดตัวให้
ไม่ยอมทานอาหารหรือทานยาที่จัดให้เพราะรู้สึกว่าท้อแท้และอาการไม่ดีขึ้นสักที..
ลูกหลานบางคนก็เอาใจไม่ถูก..บางคนอดนอนหลายวันจนตาเป็นแร็กคูน..

ถ้าเรามองกลับไปที่สาเหตุเราจะรู้ว่า..ความเจ็บปวดและความกลัวนั่นเองที่เป็นสาเหตุที่
ทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิดอาละวาด..
พยาบาลต้องเข้าไปพูดคุยดูแลและให้คำแนะนำและอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ
ถึงอาการของโรคและลดความทรมานจากความเจ็บปวด!!..พยาบาลนอกจะคอยให้ยาฉีดแก้ปวด
สลับกับการทานยาแก้ปวดเพื่อลดความทุกข์ทรมาน..

บางครั้ง..เราคือความหวังสุดท้ายของเขาที่เขามีอยู่เลยอยากให้เราอยู่กับผู้ป่วยตลอดเพราะ
เขารู้ว่าถ้าเราอยู่ด้วยเขาจะปลอดภัยและผู้ป่วยและญาติจะรู้สึกอบอุ่นใจ
เราจะพูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยสุขสบายขึ้นได้พักผ่อนและรับประทานอาหารได้มากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเราคอยกระตุ้น
คอยพูดให้กำลังใจ..ถึงแม้เราจะรู้ว่าเขา(ไม่หาย..)จะมีแค่ทรงกับทรุด.

เราต้องมีแต่รอยยิ้มเสมอ.และที่สำคัญ..การสัมผัสมือบีบเบาๆและพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะให้กำลังผู้ป่วย
ประกอบกับความรักความผูกพันของครอบครัว..คือยาราคาแพงที่ช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีที่สุด

พยาบาลจะแนะนำให้ญาติที่เป็นลูกหลานเล็กๆมาเยี่ยมผู้ป่วยบ้างเพราะเด็กๆจะมีแต่ความสดใสและความน่ารัก
นำความสดชื่นมาให้ผู้ป่วย..ดอกไม้ใส่แจกันประดับในห้อง เสียงเพลงธรรมะ
แม้แต่พวงมาลัยดอกมะลิหอมๆที่วางที่หัวเตียง..
บางคน..เอาพระภิกษุมาเทศน์ในห้องให้ผู้ป่วยฟังเราก็ไม่ห้ามเพื่อให้เขาสบายใจ
เพราะเราคิดว่าสิ่งใดที่ผู้ป่วยมีความสุขในบั้นปลายชีวิต..
และศักดิ์ศรีของความเป็นคน...และความสุขสงบ..

เราได้ดูแลผู้ป่วยรายนี้เป็นเวลา1สัปดาห์..อาการก็ทรงๆทรุดๆ
สุดท้าย...ผู้ป่วยเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้นให้ออกซิเจนตลอดเวลา
ก่อนสิ้นลมผู้ป่วยได้อยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าและจับมือกับภรรยาผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนวาระสุดท้าย..
และพยาบาลยืนอยู่เป็นเพื่อนและคอยบอกให้ผู้ป่วยให้นึกถึงพระพุทธคุณเพื่อให้จิตสงบ....
นึกถึงสื่งดีๆที่เคยทำมา...ปล่อยวางความห่วงใยความทุกข์..เพื่อไปสู่สุคติ

ลูกหลานร้องไห้โฮ..เมื่อท่านจากไป..บางคนเป็นลมเพราะความเสียใจต้องรีบหาที่นั่งและแอมโมเนียให้ดม
ให้ลูกหลานกราบลาท่าน..ด้วยความรักและอาลัยครั้งสุดท้าย
พยาบาลต้องคอยดูแลให้กำลังใจทุกคนจนคลายความเสียใจเราต้องคอยให้สติกับญาติว่จะต้องมีธุระอะไรอีกมากที่ต้องทำ
และต้องตั้งสติเข้มแข็งไว้...การจากลาเป็นอนิจจัง..หนีไม่พ้น
หลังจากนั้นพยาบาลต้องดูแลเช็ดตัวผู้ตายและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ญาติจัดเตรียมเอาไว้
ดอกไม้ธูปเทียนใส่มือให้ผู้ป่วยและดูแลจนครบ2ชั่วโมงก่อนย้ายไปห้องเก็บศพ(สุขนิรันดร์)....

บางคนจะถามว่าเคยกลัวไหมและเบื่อกับการทำงานที่เห็นคนเจ็บ..คนตาย..ในแต่ละวันหรือเปล่า?
เราไม่กลัวเพราะเราคิดว่าคนป่วยที่เสียชีวิตนั้นเหมือนคนนอนหลับเท่านั้นเอง
เราคิดว่า..เราได้ทำความดีและใส่ใจกับทุกสิ่งที่เราทำต่างหากที่เราพอใจ..
รอยยิ้มและสายตาของผู้ป่วยและญาติคือรางวัลที่เราอยากได้รับเสมอ..

"ทุกคนควรได้รับการบริการและการเอาใจใส่ดูแลที่ดีเยี่ยมจากเรา
เพราะผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะมีหรือจน..ศักดิ์ศรีของความเป็นคนเท่าเทียมกัน"..

การทอดทิ้ง!!!

การทอดทิ้ง..


คนไข้คนหนึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์และมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง
ตามตัวมีผื่นคันตามตัวกลิ่นตัวแรงมากเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือนๆ
พยาบาลและน้องผู้ช่วยเหลือคนไข้ก็ต้องช่วยกันดูแลความสุขสบายทั่วไป
ความสะอาดร่างกายอาบน้ำและสระผมให้จนสะอาด ดูแลการรับประทานอาหาร
และยา ดูแลความสะอาดปากฟันให้ได้รับการพักผ่อนและพูดคุยให้สบายใจ
และคำแนะนำในการดูแลตัวเองกับผู้ป่วยเมื่อกลับบ้าน เพื่อลดภาระของญาติที่ต้องดูแลที่บ้าน

ผู้ป่วยนอนพักในโรงพยาบาลหลายวันจนอาการดีขึ้นสามารถกลับบ้านได้ติดต่อญาติมารับก็ไม่สามารถติดต่อได้
ต้องเอารถโรงพยาบาลไปส่งถึงบ้านอีกไม่กี่วันผู้ป่วยก็มานอนอีก..และทุกครั้งก็จะไม่มีคนมาเยี่ยมหรือรับกลับ
จนพยาบาลและแพทย์ต้องคุยหาทางช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ว่าที่บ้านมีคนดูแลบ้างหรือไม่

เพราะผู้ป่วยรายนี้..เอาไปส่งเช้า พอตกเย็นก็จะนั่งรถมาหาหมอและบอกว่าไม่สบายอย่างโน้นอย่างนี้
ผู้ป่วยต้องการขอนอนพักในโรงพยาบาล..ไม่มีญาติรับกลับบ้านก็เลยต้องให้เข้ามานอนในโรงพยาบาลตามเคย
แพทย์ก็เลยถามผู้ป่วยถึงสาเหตุที่อยากนอนในโรงพยาบาล..

ผู้ป่วยเล่าว่า..เมื่อก่อนเขามีภรรยาและบุตรมีบ้านของตัวเอง
แต่ภรรยาแยกกันอยู่นานแล้ว..บุตรส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวแยกย้ายกันไปพักอยู่ใกล้ๆก็มีแวะมาดูบ้าง
แต่ไม่มีใครอยู่ด้วยที่บ้านด้วย..ผู้ป่วยถูกทอดทิ้งให้แอยู่คนเดียว..

แพทย์ก็เลยถามผู้ป่วยถึงสาเหตุที่อยากนอนในโรงพยาบาล..
ผู้ป่วยบอกอยากไปอยู่สถานสงเคราะห์คนชรา..พอจะติดต่อให้เขาได้หรือไม่..
ทางตึกก็ต้องจัดการประสานไปให้นานนับเดือน....และมีการตอบรับกลับมาว่าจะมารับผู้ป่วยในวันพรุ่งนี้
ผู้ป่วยรายนี้ดีใจมากทานข้าวได้มากกว่าปกติ..

เราขึ้นเวรบ่ายก็เลยบอกผู้ป่วยว่า"คุณลุงคะ..พรุ่งนี้ก็จะไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์แล้วนะคะ
เดี๋ยวหนูจะอาบน้ำสระผมโกนหนวดให้คุณลุงหล่อๆนะ"
หลังจากนั้นคุณลุงก็นอนหลับพักผ่อน..อย่างสบายตัวโดยไม่มีอาการหรือท่าทีที่แสดงว่าคุณลุง
จะจากเราไปในเช้าวันนั้นเอง...

เรามาขึ้นเวรเช้าเห็นเวรดึกกับแพทย์กำลังวุ่นวายกับการนวดหัวใจช่วยฟื้นคืนชีพคนไข้รายนี้
ทุกคนพยายามช่วยอย่างเต็มความสามารถแต่ในที่สุดเราก็ไม่สามารถยื้อชีวิตคุณลุงจากมัจจุราชได้..
เราก็มานั่งคิดนะว่า....คุณลุงไปสบายแล้ว..ไม่ต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์คนชรา
และไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกแล้วไปสู่สุคตินะคะคุณลุง...

การมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยบางคนแม้การเจ็บป่วยจะหายดีแล้วแต่ไม่มีคนดูแลที่บ้าน
ก็เป็นปัญหาของตึกผู้ป่วยที่มีจำนวนเตียงจำกัดในการให้การพยาบาลผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้เตียงจริงๆ
จะเห็นว่าบางครั้งเราต้องใช้เตียงเสริมผ้าใบและรถนอนที่เข็นคนไข้เสริมให้ผู้ป่วยนอนเพราะไม่มีเตียง

นับวันปัญหาการถูกทอดทิ้งจะมีมากขึ้น..ในสังคมยุคปัจจุบันเหมือนที่เราเห็นในรายการ(วงเวียนชีวิต)