
วันนี้เป็นวันที่เรารู้สึกว่าอยากเขียนอะไรบางอย่างที่เคยอยุ่ในใจเรา
เพราะบางเหตุการณ์เราต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่าเราทำแล้วได้อะไร
บางครั้งก็เกิดเป็นคำถามว่าทำไม?..เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้...
หรือไม่มีคำตอบ..
ความเจ็บปวด...และความตาย
มีวันหนึ่งที่เราต้องขึ้นเวรติดต่อกันหลายวันได้มีผู้ป่วยที่มีอาการหนักและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
พอเอ่ยถึงโรคนี้แล้วทุกคนคงกลัว!!
เราก็คอยดูแลผู้ป่วยรายนี้ตลอดเพราะญาติเขารู้ว่าผู้ป่วยเป็นอะไร...แต่ผู้ป่วย(ไม่รู้)
ทำให้ญาติและผู้ป่วยมีความกังวลใจมาก..จะกดเรียกพยาบาลตลอดเวลา..
เพราะความรักและห่วงใยผู้ป่วยนั่นเอง...ความกลัว!!มัจจุราชที่เราที่เรามองไม่เห็นแต่รู้สึกได้..
เวลาที่ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหรือหลับไปเพราะอ่อนเพลียญาติก็จะกังวลกลัวผู้ป่วยหลับไปเลย..(ไม่ฟื้น)
และลูกหลานอยากให้ผู้ป่วยได้อยู่ห้องพิเศษที่ผู้ป่วยและญาติต้องการความเป็นส่วนตัว..ไม่มีคนรบกวน
กลัวคนที่มาเยี่ยมจะพูดอะไรให้ผู้ป่วยรู้ว่าเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง..
ก็เลยเกิดคำถามในใจว่า" การที่เราบอกว่าผู้ป่วยเป็นอะไรและถ้าไม่บอกว่าป่วยเป็นโรคอะไร"
จะทำให้อาการทรุดลงเร็วอย่างที่ญาติกลัวหรือเปล่า
หรือจะทำให้ผู้ป่วยทำใจให้เข้มแข็งลุกมาต่อสู้กับการเจ็บป่วย...คงไม่มีใครตอบได้...
ผู้ป่วยบางวันถ้ามีการเจ็บปวดมากก็จะร้องไห้และหงุดหงิดอาละวาด
บางทีก็ด่าลูกหลานเพราะขัดใจ..หรือไม่ยอมให้พยาบาลหรือผู้ช่วยเหลือคนไข้เช็ดตัวให้
ไม่ยอมทานอาหารหรือทานยาที่จัดให้เพราะรู้สึกว่าท้อแท้และอาการไม่ดีขึ้นสักที..
ลูกหลานบางคนก็เอาใจไม่ถูก..บางคนอดนอนหลายวันจนตาเป็นแร็กคูน..
ถ้าเรามองกลับไปที่สาเหตุเราจะรู้ว่า..ความเจ็บปวดและความกลัวนั่นเองที่เป็นสาเหตุที่
ทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิดอาละวาด..
พยาบาลต้องเข้าไปพูดคุยดูแลและให้คำแนะนำและอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ
ถึงอาการของโรคและลดความทรมานจากความเจ็บปวด!!..พยาบาลนอกจะคอยให้ยาฉีดแก้ปวด
สลับกับการทานยาแก้ปวดเพื่อลดความทุกข์ทรมาน..
บางครั้ง..เราคือความหวังสุดท้ายของเขาที่เขามีอยู่เลยอยากให้เราอยู่กับผู้ป่วยตลอดเพราะ
เขารู้ว่าถ้าเราอยู่ด้วยเขาจะปลอดภัยและผู้ป่วยและญาติจะรู้สึกอบอุ่นใจ
เราจะพูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยสุขสบายขึ้นได้พักผ่อนและรับประทานอาหารได้มากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเราคอยกระตุ้น
คอยพูดให้กำลังใจ..ถึงแม้เราจะรู้ว่าเขา(ไม่หาย..)จะมีแค่ทรงกับทรุด.
เราต้องมีแต่รอยยิ้มเสมอ.และที่สำคัญ..การสัมผัสมือบีบเบาๆและพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะให้กำลังผู้ป่วย
ประกอบกับความรักความผูกพันของครอบครัว..คือยาราคาแพงที่ช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีที่สุด
พยาบาลจะแนะนำให้ญาติที่เป็นลูกหลานเล็กๆมาเยี่ยมผู้ป่วยบ้างเพราะเด็กๆจะมีแต่ความสดใสและความน่ารัก
นำความสดชื่นมาให้ผู้ป่วย..ดอกไม้ใส่แจกันประดับในห้อง เสียงเพลงธรรมะ
แม้แต่พวงมาลัยดอกมะลิหอมๆที่วางที่หัวเตียง..
บางคน..เอาพระภิกษุมาเทศน์ในห้องให้ผู้ป่วยฟังเราก็ไม่ห้ามเพื่อให้เขาสบายใจ
เพราะเราคิดว่าสิ่งใดที่ผู้ป่วยมีความสุขในบั้นปลายชีวิต..
และศักดิ์ศรีของความเป็นคน...และความสุขสงบ..
เราได้ดูแลผู้ป่วยรายนี้เป็นเวลา1สัปดาห์..อาการก็ทรงๆทรุดๆ
สุดท้าย...ผู้ป่วยเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้นให้ออกซิเจนตลอดเวลา
ก่อนสิ้นลมผู้ป่วยได้อยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าและจับมือกับภรรยาผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนวาระสุดท้าย..
และพยาบาลยืนอยู่เป็นเพื่อนและคอยบอกให้ผู้ป่วยให้นึกถึงพระพุทธคุณเพื่อให้จิตสงบ....
นึกถึงสื่งดีๆที่เคยทำมา...ปล่อยวางความห่วงใยความทุกข์..เพื่อไปสู่สุคติ
ลูกหลานร้องไห้โฮ..เมื่อท่านจากไป..บางคนเป็นลมเพราะความเสียใจต้องรีบหาที่นั่งและแอมโมเนียให้ดม
ให้ลูกหลานกราบลาท่าน..ด้วยความรักและอาลัยครั้งสุดท้าย
พยาบาลต้องคอยดูแลให้กำลังใจทุกคนจนคลายความเสียใจเราต้องคอยให้สติกับญาติว่จะต้องมีธุระอะไรอีกมากที่ต้องทำ
และต้องตั้งสติเข้มแข็งไว้...การจากลาเป็นอนิจจัง..หนีไม่พ้น
หลังจากนั้นพยาบาลต้องดูแลเช็ดตัวผู้ตายและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ญาติจัดเตรียมเอาไว้
ดอกไม้ธูปเทียนใส่มือให้ผู้ป่วยและดูแลจนครบ2ชั่วโมงก่อนย้ายไปห้องเก็บศพ(สุขนิรันดร์)....
บางคนจะถามว่าเคยกลัวไหมและเบื่อกับการทำงานที่เห็นคนเจ็บ..คนตาย..ในแต่ละวันหรือเปล่า?
เราไม่กลัวเพราะเราคิดว่าคนป่วยที่เสียชีวิตนั้นเหมือนคนนอนหลับเท่านั้นเอง
เราคิดว่า..เราได้ทำความดีและใส่ใจกับทุกสิ่งที่เราทำต่างหากที่เราพอใจ..
รอยยิ้มและสายตาของผู้ป่วยและญาติคือรางวัลที่เราอยากได้รับเสมอ..
"ทุกคนควรได้รับการบริการและการเอาใจใส่ดูแลที่ดีเยี่ยมจากเรา
เพราะผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะมีหรือจน..ศักดิ์ศรีของความเป็นคนเท่าเทียมกัน"..
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น